ค่าใช้จ่ายที่แพ็กเกจครอบคลุม

- ค่าแพทย์ผู้ทำผ่าตัด และค่าวิสัญญีแพทย์

- ค่าเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ที่ใช้ในห้องผ่าตัด

- ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดได้แก่ CBC,UA,Liver Profile, ค่า

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ( EKG ),ค่าตรวจเอกซเรย์ทรวงอก ( Chest X-Ray )

- ค่าห้องเดี่ยวพิเศษ ( 3 วัน 3 คืน )

- ค่ายากลับบ้านที่เกี่ยวข้องกับโรคและการผ่าตัด

 

ค่าใช้จ่ายที่แพ็กเกจไม่ครอบคลุม

- ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนตกลงใช้แพ็กเกจหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรค

- ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการตรวจพิเศษที่นอกเหนือจากรายการที่ต้องทำตามปกติ

- ค่าตรวจชิ้นเนื้อ กรณีต้องส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

- ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคหรือการผ่าตัดนี้

- ค่าเวชภัณฑ์และอุปกรณ์เพิ่มเติมในการผ่าตัดที่ใช้เกินจากรายการที่กำหนด ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก

การทำหัตถการที่ใช้ระยะเวลามากกว่าที่กำหนดไว้ หรือทำหัตถการเพิ่มเติม โดยทางโรงพยาบาลจะคิด

ค่าใช้จ่ายตามจริงในส่วนของห้องผ่าตัดและการดมยาสลบ

- แพ็กเกจนี้จะไม่ครอบคลุมกรณีมีภาวะแทรกซ้อน

(การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีด้วยการเจาะส่องกล้อง จะสามารถเข้าในแพ็กเกจหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ

ศัลยแพทย์เจ้าของไข้เท่านั้น)

 

นิ่วในถุงน้ำดี (GALL STONE)

  • เกิดจากภาวะไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี

  • เมื่อมีนิ่วเกิดขึ้นแล้ว อาจมีอาการตั้งแต่ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย

  • บางครั้งนิ่วไปอุดท่อถุงน้ำดี ทำให้มีอาการปวดแบบปวดดิ้น หรือถ้านิ่วตกลงไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ จะ

    ทำให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง

  • ในบางรายอาจตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดี โดยไม่มีอาการแสดง

  • อาการดังกล่าวข้างต้นจะเกิดเมื่อใดก็ได้

  • ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งถุงน้ำดี พบว่ามีนิ่วร่วมด้วยเป็นส่วนใหญ่

  • นิ่วในถุงน้ำดี ไม่สามารถรักษาได้โดยใช้เครื่องสลายนิ่ว

  • รักษาโดยใช้ยาละลายนิ่วใช้ได้เฉพาะนิ่วบางชนิดเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องรับประทานยาเป็น

    เวลานาน และเมื่อหยุดยาก็อาจเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้อีก

  • นิ่วของคนไทยส่วนมากมักไม่ละลายโดยใช้ยา

  • ดังนั้นการรักษาที่ดีที่สุด คือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก ซึ่งการตัดถุงน้ำดี ไม่มีผลต่อการย่อยอาหาร

    เพราะน้ำดีสร้างมาจากตับ ถุงน้ำดีเป็นเพียงที่เก็บพักน้ำดีเท่านั้น

     

    อาการ

    ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดี อาจไม่มีอาการเลย หรือมีอาการบางอย่าง ดังต่อไปนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีครบทุก

    อาการ ได้แก่

    - ท้องอืด

    - แน่นท้องหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก

    - ปวดท้องใต้ชายโครงขวาเป็นครั้งคราว

    - ปวดท้องรุนแรง และปวดร้าวไปถึงสะบักด้านขาว

    - ไข้สูงเฉียบพลัน ถ้ามีการอักเสบของถุงน้ำดีอย่างเฉียบพลัน

    - ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม

     

     

    จะตรวจพบว่าเป็นนิ่วถุงน้ำดีได้อย่างไร

    แพทย์วินิจฉัยโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ หรือ อัลตร้าซาวด์

    ภาพถุงน้ำดี และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์เช่น ตรวจเลือด

    ซีบีซี (CBC) ดูการติดเชื้อ และตรวจเลือดดูการทำงานของตับ หรือส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดี เป็นต้น

     

    การรักษา

    การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเป็นการแก้ปัญหาที่ถาวร เพื่อไม่ให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีขึ้นได้อีกต่อไป และ

    ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่างๆ

    การผ่าตัดถุงน้ำดีในปัจจุบัน มี 2 วิธี

     

    1. ผ่าตัดแบบเดิมโดยการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

    (Open Cholecystectomy)

    ปัจจุบันจะเลือกใช้ในการผ่าตัดถุงน้ำดีที่มีอาการอักเสบมากหรือแตกทะลุในช่องท้อง

    2. ผ่าตัดผ่านกล้องโดยการเจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้อง

    (Laparoscopic Cholecystectomy)

    ถ้าผู้ป่วยไม่มีถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน สามารถทำได้สำเร็จถึงร้อยละ 95 ถ้าถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน

    เกิน 3 วัน โอกาสผ่าตัดโดยวิธีนี้ได้สำเร็จจะน้อยลง

     

    วิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง

     

    - เจาะรูเล็กๆ บริเวณหน้าท้อง 4 แห่ง ด้วยเครื่องมือที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเจาะหน้าท้องอย่าง

    ปลอดภัย ขนาดของรูประมาณ 0.5 ซม. 3 ตำแหน่ง และขนาด 1 ซม.ที่สะดืออีก 1 ตำแหน่ง

    - ใส่กล้องที่มีก้านยาวๆ และเครื่องมือต่างๆผ่านรูที่ผนังหน้าท้องลงไป ศัลยแพทย์จะสามารถมองเห็นถุง

    น้ำดีและอวัยวะต่างๆจากจอโทรทัศน์ซึ่งกล้องส่งสัญญาณภาพมา

    - ศัลยแพทย์สามารถเลาะแยกถุงน้ำดีออกจากตับ และใช้คลิปหนีบห้ามเลือดแทนไหมเย็บแผล ก่อนตัดขั้ว

    ของถุงน้ำดี แล้วเลาะส่วนที่เหลือให้หลุดออก

    - เมื่อตัดถุงน้ำดีได้แล้ว บรรจุใส่ถุงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ แล้วดึงออกจากร่างกายบริเวณรูสะดือ

    จากนั้น ศัลยแพทย์จะสำรวจความเรียบร้อยเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนดึงเครื่องมือและกล้องออกแล้วเย็บปิดแผล

    - ในผู้ป่วยบางรายถ้ามีการอักเสบมาก อาจต้องมีการใส่ท่อระบายไว้ 2-3 วัน

     

    ผลดีของการผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง

  • อาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่า เพราะแผลมีขนาดเล็กกว่า

  • อยู่โรงพยาบาล ประมาณ 1-2 วัน ซึ่งถ้าผ่าตัดแบบเดิม อยู่โรงพยาบาล ประมาณ 7-10 วัน

  • การพักฟื้นหลังผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้กลับไปทำงานตามปกติได้เร็วกว่า ถ้า ผ่าตัด

    แบบเดิม ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 เดือน

  • แผลขนาดเล็กดูแลง่ายกว่า และมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลขนาดใหญ่

  • เมื่อแผลหายจะเป็นรอยเล็กๆบนหน้าท้องเท่านั้น

     

     

    นัดปรึกษาแพทย์หรือข้อมูลเพิ่มเติม
    โทร.02-7087510-20 ต่อ 812(ประชาสัมพันธ์)
    โรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์