แผนกจักษุกรรม

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี มีผู้ป่วยจำนวนนับหมื่นรายที่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

หลังการรักษาโรคทางตา โดยเฉพาะการสลายต้อกระจกจากโรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ จึงเป็นสิ่งยืนยันถึง

ศักยภาพและความเชื่อมั่นของผู้รับบริการได้เป็นอย่างดี

 

.........................................................................................................................

 

การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง

Phacoemulsification

"การรักษาที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง
สามารถทำให้ผู้ป่วยโรคต้อกระจกกลับมามีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข"

 

 

โรคต้อกระจก Cataract

 


ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา (Lens) ทำให้เลนส์ตาเสื่อมและ 

มีความขุ่นเกิดขึ้นที่ตา เลนส์ตาที่ขุ่นทำให้การหักเหของแสงผิดไปและทำให้แสงผ่านเข้าไป 

ยังจอประสาทตาได้น้อยลง คนที่เป็นต้อกระจกจึงมองเห็นภาพไม่ชัดเจน เกิดอาการตามัว หากมัวไม่ 

มากก็ยังพอสามารถมองเห็นได้ แต่หากเป็นในขั้นรุนแรงแล้ว จะทำให้ตาบอดได้ สาเหตุจาก 

  • การเสื่อมตามธรรมชาติเนื่องจากอายุที่มากขึ้น 

    พบว่าผู้สูงอายุเกือบทุกคนจะเป็นโรคต้อกระจก โดยทั่วโลก 6,000 ล้านคน จะมีคนตาบอด 35-40 ล้าน 

    คน โดย 45 เปอร์เซ็นต์ มีสาเหตุมาจากต้อกระจกและโรคแทรกซ้อน 

    ทั้งนี้ต้อกระจกเกิดขึ้นได้กับคนทุกอายุ แต่จะพบมากในผู้สูงอายุโดยเฉลี่ย 55 ปีขึ้นไป 

    ซึ่งจะมีโอกาสเป็นต้อกระจกได้ถึง 50%และเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป เกือบทุกคนจะเป็นต้อกระจก

  • เกิดจากโรคติดเชื้อในครรภ์มารดา ทำให้เด็กบางคนเป็นต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด 

  • เกิดจากการอักเสบต่างๆ ทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ 

  • โรคพันธุกรรมบางอย่าง 

  • โรคขาดอาหาร 

  • การรับรังสี 

  • กลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ 

  • เกิดจากอุบัติเหตุ 

  • การเกิดร่วมกับโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือการรับประทานยาจำพวกสเตียรอยด์เป็นประจำอาจทำ 

    ให้เลนส์ขุ่นเร็วกว่าปกติ 

     

     

    ในระยะแรกหลายคนมักไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคนี้ ดังนั้นเราควรหมั่นสังเกต 

    อาการผิดปกติทางสายตาของตนเอง 

     

    อาการของต้อกระจกที่สามารถสังเกตได้คือ 

  • อาการมองไม่ชัด ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของต้อกระจก ในระยะแรกสายตาจะเริ่มมัวลงช้าๆ มองเห็นภาพเป็น 

    หมอกหรือควันบังดวงตา และรบกวนการดำเนิน 

  • อาการตามัวมองไม่ชัดจะเป็นมากขึ้นในเวลากลางวัน เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงจ้า เช่น กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดด 

    จัดแต่กลับมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสลัว เช่น เวลาพลบค่ำหรือตอนกลางคืน ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคต้อกระจก 

  • มองเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานอาจมองเห็นภาพเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว 

  • มองเห็นแสงไฟแตกกระจายเป็นรัศมี หรือเป็นวง โดยเฉพาะแสงไฟจากการขับรถในเวลากลางคืน 

  • มองเห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา ซึ่งแปลว่าคุณมีต้อกระจกที่สุกเต็มที่แล้ว 

  • เปลี่ยนแว่นตาบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น และถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแว่นตาแล้วการมองเห็นก็ยังไม่ดีขึ้น 

  • อ่านหนังสือตัวเล็กๆ ไม่เห็น และต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติ 

  • มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่สดใส โดยเฉพาะสีเหลือง 

  • เมื่อต้อกระจกเป็นมากขึ้นจะทำให้ตามัวมองไม่ค่อยเห็นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน 

  • เริ่มมีอาการปวดตา ม่านตาอักเสบ และมีต้อหินแทรก ทำให้ยากที่จะรักษาและอาจทำให้ตาบอดในที่สุด 

    หากสังเกตพบว่ามีอาการผิดปกติทางสายตาเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาถ้าหากผล 

    การตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคต้อกระจกและพร้อมที่จะทำการรักษา แพทย์จะรักษาโดยการสลายต้อกระจก 

    ปัจจุบันวิธีการรักษาโรคต้อกระจกที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ “การผ่าตัด” 

    ในอดีตอาจมองดูว่าเป็นเรื่องน่ากลัวเพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ และมีความเสี่ยงสูงแต่ปัจจุบันเทคโนโลยี 

    ทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ทำให้การผ่าตัดรักษาต้อกระจกเป็นไปได้อย่างง่าย 

    ดายการผ่าตัดนี้เรียกว่า Phacoemulsification เรียกย่อๆ ว่า “Phaco” 

     

    Phacoemulsification หรือเรียกแบบไทยๆว่า “การสลายต้อกระจก” เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่ 

    สูง(Ultrasound) ทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาที่ขุ่นสลายเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดออกมา จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้า 

    ไปแทนที่เดิม ซึ่งจะมีแผลที่ขอบกระจกตาขนาดเล็กเพียง 2-2.5 มิลลิเมตร โดยแผลผ่าตัดจะสมานได้เองตามธรรมชาติ 


  • หลังการผ่าตัดผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมเบาๆ ได้ ฟื้นตัวในการมองเห็นได้เร็ว 

  • จักษุแพทย์อาจต้องใส่เครื่องป้องกันการขยี้ตาให้เป็นเวลา 1-2 วัน 

  • หลังผ่าตัดผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพียงนั่งพักประมาณครึ่งชั่วโมง 

  • หลังจากรับยาและข้อแนะนำเสร็จก็สามารถกลับบ้านหรือกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ 

  • หลังผ่าตัด 1 วัน ผู้ป่วยจะมองเห็นชัดขึ้นและชัดขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่ง 4 สัปดาห์ผ่านไปก็จะมองเห็นได้ชัดมากที่สุด 

  • ในบางรายที่เป็นโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวาน อาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเท่ากับคนที่ 

    ไม่มีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย 

    การปฏิบัติตัวหลังการสลายต้อกระจก 

  • หยอดตาและทานยาตามแพทย์สั่ง ก่อนที่จะหยอดยาควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง 

  • ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาเป็นเวลาประมาณ 30 วัน และควรดูแลใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ 

  • ไม่ขยี้ตา 

  • สวมแว่นกันแดดปกป้องดวงตา 

  • งดเว้นกิจกรรมที่ต้องใช้สายตามากๆ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง จนกว่าแผลจะหายดี 

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น มองไม่เห็น ปวดตามาก ตาแดง เห็นแสงแวบๆ มีขี้ตาสีเหลือง มีอาการคลื่นไส้อาเจียน 

    ปวดศีรษะ และเกิดอุบัติเหตุบริเวณตาข้างที่ทำการผ่าตัดรักษา ให้รีบมาพบแพทย์โดยทันที 

     

     

     

    แผนกจักษุกรรม

    โทรศัพท์ 02-7087501-10 ต่อ 210,310 (เคาน์เตอร์พยาบาล)